บล.บัวหลวง..................BIGC มีอัพไซด์ 32% เป้าหมาย 132 บาท จาก 1)ราคาหุ้นปรับลงหลังประกาศเพิ่มทุน ได้สะท้อนผล Dilution จึงมองว่าเป็นโอกาสที่เข้าลงทุนระยะยาว 2)ประกาศเพิ่มทุน 2.5 หมื่นลบ. 3)ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นน่าจะทำให้ BIGC สามารถขยายสาขาเชิงรุกได้ บ.ตั้งเป้าหมายที่จะมีไฮเปอร์มาร์เก็ต/ซูเปอร์มาร์เก็ต 300 สาขาและมินิบิ๊กซี 950 สาขาในปี 58 และ 4)หาก BIGC ออกหุ้นเพิ่มทุน 275 ล้านหุ้นที่ราคา 91 บาทต่อหุ้น และสามารถ ทำการขยายสาขาได้ 75% ของเป้าหมายการขยายสาขา "ซื้อ"..................DTAC กำไรดีกว่าคาด 3.1 พันลบ. และรายได้ 1.96หมื่นลบ.จากการเติบโตของการให้บริการข้อมูลและยอดการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น ปรับเป้ากระแสเงินสดขึ้นเป็น 2 หมื่นลบ. "ซื้อ" เป้าหมาย 100 บาท
เด็กแนว.................. "กลุ่มพลังงาน" การเข้าสะสม PTT ราคาพื้นฐาน 422 บาท จะเหมาะสมสำหรับพอร์ตระยะยาว ตามด้วย PTTEP ที่นักวิเคราะห์ให้มุลค่าเหมาะสม 190 บาท อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจคือ BCP เป็นหุ้นที่มีกำไรเด่นมากปีนี้ ขยายตัวกว่า 116% ให้ปันผลสูงกว่า 7% ราคาเหมาะสม 25 บาท กลุ่มพลังงานถือว่า Defensive1 เพราะการบริโภคสำคัญที่สุด......................"กลุ่มวัสดุก่อสร้าง" น่าสนใจคือ SCC ซึ่งได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูในช่วงน้ำลด ราคาพื้นฐาน 350 บาท ขณะที่ TASCO ถึงเรื่องซ่อมถนน ถ้ามองกราฟมีโอกาสฟื้นตัวได้ถึง 60 บาท ส่วน TGCI ก็น่าสนใจที่สุดในหุ้นขนาดเล็ก เพราะเพิ่งได้ SCC เป็นผู้ถือหุ้นใหม่ และมีผลประกอบการฟื้นตัวอย่างน่าจับตา ตามด้วย CCP ขายวัสดุก่อสร้างทั้งปูนและทราย ทำให้ยอดขายก่อนน้ำท่วมและหลังน้ำท่วมนั้นคาดว่าไม่เบาเพราะมีค้าปลีกวัสดุก่อสร้างชื่อกันยง จำหน่ายสินค้ารายใหญ่ในเขตชลบุรี ตามด้วย GLOBAL ที่มีห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่รับอานิสงค์เต็มๆ ........................."กลุ่มรับเหมา" ที่คาดว่าจะได้รับปย.จากการสร้างถนนได้แก่ CNT ซึ่งเคยเป็นผู้รับเหมางานทางหลวงแถบภาคกลางตอนล่าง น่าจะได้งานไม่น้อย ขณะที่ราคาหุ้นมีแวววิ่งได้ไม่น้อยกว่า 4 บาท ส่วน NWR ก็มีลุ้นซ่อมถนนเช่นกัน เพราะเป็นงานถนัดที่รับอยู่แล้ว ราคาหุ้นเก็งกำไรได้ 0.60 บาท......................."กลุ่มอาหาร" ดูเหมือน CPF น่าจะได้ปย.มากที่สุดเพราะมีศักยภาพในการผลิตอาหาร ได้มากที่สุด โดยมีราคาพื้นฐาน 33 บาท ส่วน KASET ได้ปย.เต็มจากการขายข้าว และอาหารแห้งอื่นๆ มองราคาน่าจะเกิน 6 บาทสะท้อนผลประกอบการที่ดี ....................GENCO มีข่าวจะรับงานใหญ่กำจัดขยะหลังน้ำท่วมนั่นเอง และจัดเป็นหุ้นต่ำ Book ถึงเท่าตัว แนวโน้มราคาน่าจะฟื้นตัวไปได้ 0.70 บาท
กระซิบหน้าจอ………………THCOM ธุรกิจโทรศัพท์ในลาวมีแนวโน้มดีขึ้น หลังรบ.ลาวออกกม.ควบคุมการแข่งขันราคา ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) และเริ่มฟื้นตัวจากไตรมาส 2/54 ขณะที่ธุรกิจโทรศัพท์ในกัมพูชาเน้นเพิ่มรายได้จากการใช้งาน Data เพื่อชะลอการลดลงของ ARPU และลดผลกระทบการแข่งขันราคาจากบริการ Voice "ซื้อ"(รับ 7.60 ต้าน 8.50)...........................................PTTEP คาดกำไรในงวดไตรมาส 4/54 น่าจะทรงตัวใกล้เคียงไตรมาส 3/54 เนื่องจากคาดว่าปริมาณการผลิตและจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการเวียดนาม 16-1 ที่จะรับรู้เต็มทั้งไตรมาสจะเข้ามาชดเชยการหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักรของโครงการ MTJDA และเยตากุน "ซื้อ"(รับ 151 บาทต้าน 164 บาท)
บล.ธนชาต.....................KH ราคาเป้าหมาย 7.40 บาท เนื่องจากสอบถามรพ.เกษมราษฎ์ รัตนาธิเบศร์ 1 ใน 6 รพ. ซึ่งตั้งอยู่ในจ.นนทบุรี และเผชิญการน้ำท่วมชั้นหนึ่งของรพ. ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่ทางวิจัยเชื่อว่าบ.น่าจะทำประกันภัยคลอบคลุมไว้หมดแล้ว "ซื้อ"เป้าหมาย 7.40 บาท
บล.กิมเอ็ง.................. BBL เป้าหมาย 164 บาท เนื่องจากรายงานกำไรไตรมาส 3/54 มีกำไร 7.55 พันลบ. เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและ 22% จากปีก่อน ใกล้เคียงกับที่คาด แต่ดีกว่า Consensus คาดที่ 7.1 พันลบ. สินเชื่อยังคงขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง NIM ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่คชจ.ภาษีสูงขึ้น สำหรับไตรมาส 4/54 ราคาปัจจุบันค่อนข้างถูกมาก แต่ด้วยความเสี่ยงของภาวะตลาดโดยรวมยังคงสูงอยู่ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว"
บล.เกียรตินาคิน.................. TCAP เป้าหมาย 41.30 บาท รายงานกำไรไตรมาส 3/54 มีกำไร 1,337 ลบ. ลดลง 16%จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 13% จากปีก่อน แต่ยังดีกว่าที่ทางฝ่ายคาด เนื่องจากมีการตั้งสำรองน้อยกว่าที่คาดมาก สินเชื่อยังคงเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ แต่ NPL ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างดบ.ลดลง ทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรปี 54และมองว่าจะเป็นธ.ที่ได้รับปย.จากมาตรการรถคันแรกประกอบกับมีปันผลที่น่าสนใจ "ซื้อ"
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส…………………BIGC เป้าหมาย 152 บาท หลังบ.รายงานกำไรไตรมาส3/54 เติบโต 43% จากปีก่อน เป็น 811 ลบ. เมื่อวันที่ 20ต.คที่ผ่านมาประกาศเพิ่มทุนให้ผถห.เดิม 2.2897 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ คาดจะได้เงินจากการเพิ่มทุน 25 พันลบ. ทางฝ่ายคาดจะเกิด Dilution Effect ที่ 22.5-30.4% โดยเงินเพิ่มทุนไว้ขยายกิจการ ส่วนผลกระทบต่อ Supply Chain ก็มีอยู่จริงแต่ไม่กระทบมากอย่างมีนัยสำคัญ "ซื้อ"...................................LPN โดดรับอานิสงค์หลังน้ำลด มั่นใจผลงานเข้าเป้า 1.2 หมื่นลบ.แม้เกิดภาวะน้ำท่วม พร้อมชะลอการเปิดโครงการ "ลุมพินี พาร์ค บีช จอมเทียน" หลังรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรับมือ พร้อมลั่นยังไม่มีแผนซื้อที่ดินเพิ่มแต่จะทบทวนอีกครั้งในปีหน้า คาดว่ากำไรไตรมาส 3/54จะทำให้สถิติสูงสุดใหม่ เพราะมีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมาก และ 2)ได้ปย.จากราคาคอนโดบ.ที่ต่ำกว่า 1ลบ.ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากนั้นเข้าเกณฑ์นย.ภาครัฐที่มีสินเชื่อ 0% เป็นเวลา 3 ปี จึงจัดลำดับให้ LPN เป็น 1ใน Top Pick "ซื้อ" เป้าหมาย 12.63 บาท พี/อี 8 เท่า ปันผล 5.8%
บล.ฟิลลิป................... CENTEL - MINT ยัน Q4 ไฮซีซัน ไม่หวั่นน้ำป่วนยอดพักทะยาน ชี้กระทบธุรกิจอาหารเล็กน้อย บริหารจัดการได้คล่องตัว ….CENTEL ลั่นผลงานไตรมาส 4 ไฮซีซัน หลังนักท่องเที่ยวโยกเดินสายท่องเที่ยวเขตปลอดน้ำ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต ยันทั้งปีโตตามเป้า "ซื้อ" เป้าหมาย 12 บาท...........MINT การันตีไม่กระทบหลังรง.เครื่องสำอางที่อยุธยาย้ายของหนีน้ำทัน พ่วงประกันรอบด้าน พื้นฐานดีเยี่ยม โดยเชื่อกำไรปี 54 ที่คาดไว้ 2,151 ลบ. กไรต่อหุ้น 0.66 บาทเติบโต 73.3% โดยจะมีปัจจัยบวกจากการเริ่มรับรู้รายได้จาก OAK "ซื้อ"พื้นฐาน 16.70 บาท

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น