ถ้าเพื่อน ๆ ต้องการรับข่าว ขอมาได้ที่ e-mail:ochalim4@gmail.com หรือโทรมาได้ที่ 089-1397789

วันอาทิตย์

หุ้นเชียร์โบรกเกอร์ 7/11/54


  บล.บัวหลวง..................ถึงรอบ LPN ตั้งราคา 11.20 บาท รายงานกำไรสถิติสูงสุดใหม่ที่ 873 ลบ.ในไตรมาส 3/54 เพิ่มขึ้น 198% YoY และ 51%QoQ  เป็นไปตามเราคาด แต่สูงกว่าตลาด 14% จากอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ดีกว่า  เราคาดว่า LPN จะรายงานกำไรลดลงในไตรมาส 4/54 ทั้ง YOY QoQ เนื่องจากยอดขายอ่อนตัวลง เรายังแนะนำ TRADING BUY เราชื่นชอบ LPN เนื่องจากบ.ที่น่าจะมีผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นพัฒนาทีอ่ยุ่อาศัย เราคาดว่ากำไรจะโต 12% ในปี 55 จากรายได้คอนโดที่เพิ่มขึ้น 14% เป็น 13.7 พันลบ. บ.มีความชัดเจนด้านกำไรสูง  


  คู่หูคู่หุ้น....................CPALL อนาคตสดใส ส่องราคา 49.25 บาท รายงานกำไร 2.17 พันลบ.ในไตรมาส 3/54 เพิ่มขึ้น 30%YoY  0.2%QoQ รวมทั้งสูงกว่าประมาณของเรา 13% โดยยอดขายสาขาเดิมเติบโตแข็งแกร่งเกินความคาดหมายถึง 8.8% ในไตรมาส 3/54 (เทียบ 4.4% Q2/54) เนื่องจากบ.ได้ทำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายจากอุทกภัยและการหยุดชะงักทางธุรกิจไว้แล้ว จึงคาดว่า Downside Risk จากภัยธรรมชาติครั้งนี้ต่อประมาณการกำไรค่อนข้างจำกัด แนะนำ "BUY" ทางเทคนิคกรอบSideway 44-49 บาท แนะนำให้เล่นตามกรอบแนวรับ 44 ต้าน 49  


เด็กแนว.................. TFI ตอนนี้ยอดคำสั่งซื้อทะลุทะลวง ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์พุ่งขึ้นเกิน 26% แต่ไตรมาส 2/54 ทำให้TFI มีโอกาสเติบโตขึ้นพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ จะเห็นจากครึ่งปีกำไรแล้ว 130 ลบ. จากขาดทุน 88 ลบ. ที่ต้องจับตาคือสินค้าขาดตลาด ก็คือพวกกาวพลาสติกขาดตลาดอย่างแรงเพราะคนไปปิดบ้านกันน้ำ สิ่งที่น่าสนในคืออยู่ๆประกาศล้มแผนการลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม 828 ลบ. พบว่ายังมีส่วนเกินของที่ดินและเครื่องจักรรวมกันได้ 1,183 ลบ.  และวิธีที่ง่ายที่สุดคือการแจกวอร์แรนต์ ยิ่งผลกำไรกำไร Turnaround  ด้านแนวโน้มเทคนิค W-Shape ขึ้นไปปิดแก๊บ 1.80 บาท ได้เจอกัน ..................NEP จากปัจจัยเรื่องน้ำท่วมพบว่าบ.ต้องเร่งการผลิตจาก 70%เป็น 100% เพราะคำสั่งซื้อกระสอบนำไปบรรจุทรายนั้นเพิ่มขึ้นมหาศาล ผู้บริหารยอมรับว่ายอดขายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 200 ตันต่อเดือนและยังมีต่อเนื่อง จากราคา 30 บาทตอนนี้ราคา 50 บาท และยังไปเจอกระสอบแนวใหม่เป็นกระสอบยักษ์ใช้ปิดกั้นน้ำ ก็ยิ่งเพิ่มรายได้อีกบาน ผลประกอบการของบ.ครึ่งปีพลิก Turnaround จากขาดทุนปีก่อนเป็นกำไรแล้ว และยอดขายเพิ่มขึ้นนี้จะทำให้กำไรบาน สัญญาณกราฟมีแนววิ่งได้ถึง 0.95 บาทจากนั้นทะลุ 1 บาทยาวเลข ขอย้ำถ้าหลุด 0.80 เลิก  


  บาดตาเซียน...................รอบนี้ ขอหวังการขึ้นดีๆ อีกครั้ง.....NEP เหนือ 0.80 ได้ ก็ยังหวัง 0.95 ได้ และหากผ่านไปยืนอย่างมั่นคง รอบนี้จะมีแววผ่าน 1 ได้  โอกาสขึ้นไปไกลๆ หวังเป้าหมาย 1.50 บาท  สรุปการให้น้ำหนัก...แนวโน้มระยะสั้น มีน้ำหนักเชิงบวก  กลยุทธ์.....เก็งกำไรระยะสั้น เน้นเหนือ 0.80 (ผ่าน 0.95 ยังถือต่อได้)  


  กระซิบหน้าจอ……………IVL ปี 55 คาดมีกำไรสุทธิที่ 15,320 ลบ. เนื่องจากปรับลดสมมติฐาน EBITDA ต่อตันจาก 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเป็น 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และปรับเพิ่มคชจ.ดบ.เนื่องจากบ.มีออกหุ้นกู้ล่าสุดที่ 7,500 ลบ. "ซื้อ"(รับ 31.75 ต้าน 36.50).........................STEC ด้าน Backlog ที่ไม่ได้มีการปป.ไปจากเดิม อีกทั้งราคาวัสดุก่อสร้างมีราคาทรงตัวในขณะที่รายได้อื่นๆ ในรูปของดบ.รับ น่าจะมีมากขึ้น ตามอัตราดบ.ที่ตลาดปรับตัวสูงขึ้น สำหรับส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้ส่วนเสียจากบ. DKK ซึ่งทำธุรกิจเสาโทรคมนาคม คาดว่าจะทำให้ราว 4-5 ลบ.ต่อไตรมาส "ซื้อ"(รับ 10.40 ต้าน 11.50)


บล.กิมเอ็ง.................. KBS เป้าหมาย  15.77 บาท แม้คาดว่าบ.จะรายงานกำไรไตรมาส 4/54 ที่ 75 ลบ. ลดลง 82.3%QoQ ตามผลของฤดูกาลส่งออกน้ำตาลที่สิ้นสุดลงแต่ไตรมาสก่อน และมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเตรียมผลิต ขณะที่ผลกระทบน้ำท่วมมีเล็กน้อยจากปัญหาการขนส่ง และอุปสงค์ในป.ที่ชะลอช่วงสั้น 15% แต่เราเชื่อว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 54/55 ยังเติบโตตามคาด ผนวกกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่งพร้อมกับผลตอบแทนจากเงินปันผลรวม 6% ต่อปี "ซื้อ"    


บล.ฟินันเซีย ไซรัส....................CPALL เป้าหมาย 58 บาท หลังประกาศกำไรไตรมาส 3/54 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ทรงตัวQoQ แต่เพิ่มขึ้น 20%YoY  มาที่ 2,173 ลบ.โดยมาจากยอดขายเพิ่มขึ้น 30%YoY ปีนี้เปิดสาขาใหม่แล้ว 416 สาขาคิดเป็น 83%ของเป้าหมายทั้งปีที่ 500 สาขา ปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 6,206 สาขา ในขณะที่กำไรขั้นต้นยังดีขึ้นต่อเนื่องที่ 25.3% อย่างไรก็ดีเชื่อกำไรปีหน้ายังโตดีถึง 17%YoY จากการกลับมารเปิดให้บริการครบทุกสาขาโดยคาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว และยังมีแผนตามเดิมขยายสาขาปีละ 500 สาขา นอกจากนี้บ.มีมติให้จัดตั้งบ.ย่อย 2 แห่งในป.จีน ทุนจดทะเบียน 1.2 พันลบ. โดยราคาเป้าหมายมีอัพไซด์ 26% และคาดจ่ายปันผล 1.25 บาท (2.7%) "ซื้อ"


  บล.กรุงศรีอยุธยา........................LPN เป้าหมาย 11 บาท เพราะประกาศกำไรไตรมาส 3/54 873 ลบ.(+198%YoY และ 51%QoQ) เติบโตสูงทั้ง YoY QoQ และเป็นไตรมาสสูงสุดเป็นประวิตการณ์ ของบ. โยที่รายได้จากการขายโครงการ 5.08 พันลบ.(+391%YoY  +40%QoQ) ในไตรมาส 3/54 ไปชำระหนี้ระยะสั้น สถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น จนเป็น Net Cash ในไตรมาส 3/54ถือว่าเป็นครั้งแรกของบ. "ซื้อ"  


 บล.เอเชียพลัส..................MCS เป้าหมาย 14.62 บาท เนื่องจากปริมาณการส่งมอบสินค้าไปป.ญี่ปุ่นงวดไตรมาส 3/54 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากงวดไตรมาส 2/54 เนื่องจากมีการส่งมอบสินค้าบางส่วนที่ถูกเลื่อนมาจากมิ.ยปีนี้ บวกกับมีการส่งมอบงานในป. (ก่อสร้างโรงงาน JFE ที่ระยอง) อีกราว 500 ตัน จะทำให้ Gross Margin งวดไตรมาส 3/54 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากงวดไตรมาส 2/54 โดยที่ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย  อย่างไรก็ตามเงินบาที่อ่อนค่าลงเทียบกับเยน จะทำให้ MCS มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาอีก 20 ลบ. และทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 142 ลบ.  


บล.คันทรี่ กรุ๊ป....................NEP ไม้สะท้านน้ำท่วมทุ่ง เปิดอู่ผลิตรง.สุราษฏร์ธานีเต็มแม็กซ์ 100% หลังจากภาครัฐและเอกชนคีย์ออเดอร์เป็นมือระวิงหวังป้องน้ำบุกกรุงหนุนยอดขายกระสอบเกิน 200 ตันต่อเดือน ดันผลงานQ4/54 พีคสุด ผู้บริหารใส่เกียร์เดินหน้ารง.นครศรีธรรมราชต่อ หวังปั้นออเดอร์ ให้ทันใช้ ฟากโบรกจับสัญญาณหุ้นฟื้นตัวระยะยาว "ซื้อ" (รับ 0.80 ต้าน 0.95ถัดไป 1.02บาท)


บล.เกียรตินาคิน................... MFEC ระรื่นวิ่งทวนกระแสน้ำบุกกุรง การันตีไตรมาส 3/54 ผลงานสุดเจ๋ง ส่วน 9เดือนกำไรจุกอก 140 ลบ. หลังรับรู้งานในมืออื้อซ่า จับตาทั้งปีโตเกิน 100% จากปีก่อนที่ปั๊มได้ 67ลบ. พร้อมรุกต่อประมูลงานรัฐ-เอกชน ล่าสุดงานล้นมือ 1,200 ลบ. "ซื้อ" ต้าน 4.5-4.6บาท


  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส………………………TRUE ทุ่มงบลงทุนปีหน้าราว 1.5 หมื่นลบ. แน้นลงทุนระบบ 3G และ บรอดแบนด์ ผู้บริหารยันรายได้ไตรมาส 3/54 โต ตัวเลข 2 หลัก พร้อมรับน้ำท่วม กดดันรายได้จาการหยุดให้บริการ ทรูออนไลน์-ทรูวิชั่นส์ แย้มหารือพันธมิตรจีน -สหรัฐ ศึกษาแผนทำสถานีบริการพลังงานแสงอาทิตย์ คาดเสร็จายใน 6-7 เดือนข้างหน้า โบรกส่งอครึ่งหลังปี 55 ผลงานฟื้นรับเคลียร์ TrueMove H เข้าที่ แนะนำ "เต็มมูลค่า" และจะกลับมาทบทวนอีกครั้งประมาณต้นปี 55 เพราะมีเหตุการณ์นัยสำคัญคือการย้ายผู้ใช้บริการใปยัง TrueMove H ในปี 55 จาก TrueMove ในธุรกิจ 2G ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นในอนาคต

     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

:

Delivered by FeedBurner

Bookmark and Share
Bookmark and Share
Bookmark and Share
Subscribe