บล.บัวหลวง........STEC แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 18.70 บาท.... คาดว่าการรถไฟจะประกาศผู้เสนอราคาประมูลต่ำที่สุดสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงสัญญา 1 และ 2 เดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ และคาดว่า ร.ฟ.ม. จะขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในเดือน ม.ค.-ก.พ. นอกจากนี้อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ น่าจะเปิดประมูลได้ราวเดือนเม.ย. ส่วนงานโรงไฟฟ้า 3 โรง น่าจะเริ่มทยอยเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอาจส่งผลกระทบต่อบางโครงการขนาดใหญ่ โดยอาจชะลอออกไปหรืออาจถูกยกเลิก สำหรับประเด็นราคาวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มปรับตัวขึ้นในครึ่งหลังของปี ซึ่งจะกดดันกำไร หุ้นที่ชอบมากที่สุดยังคงเป็น STEC เนื่องจากมีโอกาสในการชนะการประมูลรถไฟฟ้าสายสีแดง, ได้ประโยชน์โดยตรงจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้ารอบใหม่, คุณภาพของงานรอรับรู้เป็นรายได้ บ.มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งสุด มีต้นทุนในการเนินเงินต่ำที่สุด และมีความเสี่ยงจากการเพิ่มทุนน้อยที่สุด.....
คู่หูคู่หุ้น......PTL แข็งแกร่ง ราคาเป้าหมายด้วยสมมติฐานอัตราการเติบโตระยะยาวเพียง 3% จะอยู่ที่ 45 บาท.... ยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนอย่าง BoPET จะยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในปีหน้าจนถึงปีหน้า จากอุปสงค์ที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงความนิยมในตลาดบรรจุภัณฑ์เป็นชนิดอ่อน เป็นโอกาสทองของบริษัท ที่จะแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไรอย่างก้าวกระโดด ฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินต่อทุนเพียง 0.58 เท่า มีกระแสเงินสด 638 ลบ. ในทางเทคนิค น่าจะแกว่งตัวขึ้นต่อ มีแนวต้านบริเวณ 46.50 บาท...
นายเรียนรู้........BLA ...CNS แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐานที่ 43 บาท ประเด็นที่น่าสนใจคือ กำไรที่ยังไม่รับรู้งวด 9M/53 จากเงินลงทุนเผื่อขาย ที่มีส่วนเกินทุนประมาณ 1 พันลบ. ส่งผลให้มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 7.81 บาท เติบโต 32%Y-Y และคาดว่า Hidden Asset ดังกล่าวหากรับรู้เข้ามาจะส่งผลบวกต่อกำไรในอนาคต...แนวรับ 28.75/27.50 แนวต้าน 32/33.5 ระดับการตัดขาดทุนคือต่ำก่า 27.50 บาท....
เด็กแนว....... ขอเบิลจากมื้อบ่ายไม้สั้นเมื่อวาน กลุ่มหลักทรัพย์น่าจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ด้วยเรื่องผลประกอบการ Q4 ที่กำไรดีจากวอลุ่มที่แข็งแกร่ง KGI น่าจะเด่นกว่าเพื่อน เพราะนอกจากปริมาณวื้อขาย Q4 จะโตราย ๆ5% ยังมีรายได้สำคัญจากการขาย DW ซึ่งนับรวมแล้วใน Q4 มีออกมา 8 ตัวด้วยกัน ถ้าใช้ P/E กลุ่ม 12 มูลค่าที่เหมาะสมก็ 4.80 บาท ทางเทคนิค High เดิมแถว 3.20 บาท....SC ได้แนะนำให้สะสมตั้งแต่ธ.ค.ปีก่อน และราคาหุ้นยังไม่ไปไหนด้วยความกังวลต่อผลประกอบการเพราะภาวะฟองสบู่อสังหาที่กลัว ๆ กัน ราคาหุ้นเริ่มกลับมาตั้งลำ ถือว่าแข็งแรงเมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ มีค่า P/E ต่ำสุดและมีอัตราปันผลสูงสุด ราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานที่ 26.70 บาท....หุ้นแอบชอบ TPC แนะนำซื้อในวันแรกของปี 54 แล้ว หันมาดูกราฟต้องยอมรับว่าทรงสวยเหมือนเดิม แนวต้านสำคัญ 35 บาท ถ้าวันนี้เปิดโดดมากไป อย่าตามเชียว เดี๋ยวจะโดนคนซื้อไว้ก่อนหน้าขายให้....
กระซิบหน้าจอ.......TUF ประกอบธุรกิจผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง จากรายงานการรับรู้ผลประกอบการของ MW Brand ใน FY11E เต็ม ๆปี ทำให้เกิด Strategy ที่แข็งแกร่งขึ้นกับ TUF ในการเป็นสินค้า Permium Brand และทำให้มีกองเรือกระจายอยู่ในทุกน่านน้ำ จากกองเรือในมหาสมุทรอินเดีย และช่วยลดภาระภาษีน้ำเข้าทูน่าในยุโรปที่สูงถึง 24% แนะนำซื้อ แนวรับ 51 บาท แนวต้าน 56 บาท...DELTA ประกอบธุรกิจเป็นผลผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการ ระบบกำลังไฟฟ้าชั้นนำของโลก รวมทั้งเป็นผู้ผลิตที่สำคัญสำหรับชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์บางประเภท จากความนิยมใช้เว็บเครือข่ายทางสังคม อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทหน่วยความจำเพิ่มสูงขึ้น และแนวโน้มยอดขายในกลุ่ม Components ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% YoY โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขายกลุ่มนี้ และยอดขายในกลุ่ม Power System ในอุตสาหกรรม Telecom ในประเทศอินเดียที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโตถึง 50% เป็นผลจากโครงการใหม่จากลูกค้าที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว แนวรับ 34.5 แนวต้าน 39 .....
บาดตาเซียน..........AJ ลุ้นเห็น 36-38 ให้ได้ก่อนก็พอ....แนวโน้มระยะสั้นน่าจะทดสอบแนวต้านแถว 36-38 บาท ด้วยไม่จำเป็นต้องขึ้นวันี้ อาจจะเป็นวันต่อไปก็ได้ อย่งน้อยๆ วันนี้ถ้าไม่ต่ำกว่า32 โอกาสเห็น 36-38 คงมีเสมอ โครงสร้างหลัก สัญญาณขึ้นรอบใหม่จะมาได้ก็ต่อเมื่อ ผ่านกรอบเส้นคู่ขนานได้ ตาม pattern ว่าจะไปได้อีกไกลพอสมควร สรุปการให้น้ำหนักตอนนี้ ยังแค่ให้ระยะสั้น เริ่มดูดี กลยุทธ์...ที่ราคา 34-32 ยังพอซื้อ (ถือ) ลุ้นที่จะขาย 36-38 ได้....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น