วันพุธ
หุ้นเชียร์โบรกเกอร์ 27/10/54
บล.บัวหลวง..................PTTGC ซื้อเก็งกำไร พื้นฐาน 85 บาท แนวโน้มค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีในปีหน้ากอรปกับแนวโน้มของปย.จากการควบรวมกิจการและการเติบโตได้รับแรงหนุนมาจากการลงุทนในอนาคต ,คาดว่าจะได้ปย.จากการควบรวบอย่างมีนัยสำคัญ ,แนวโน้มการลงุทนในอนาคต วางแผนที่ยังมุ่งเป้าในธุรกิจหลักได้แก่ โอเลฟินส์ โพลีโอฟินส์และอะโรเมติกส์ ระยะกลางถึงยาวบ.ตั้งใจจะลงทุนในตลาดใหม่โดยมุ่งเป้าที่ภูมิภาคอาเซียน และการลงทุนในสิค้าปิโตรเคมีใหม่ ,แนวโน้มค่าการกลั่นและส่วนต่างปิโตรเคมีดูดี "ซื้อ"
คู่หูคู่หุ้น....................PTTGC ฐานการเงินแข็งแกร่ง เป้าหมาย 72.50 บาท พบว่ามี EBITDA ที่ 3.21 หมื่นลบ. อันดับความน่าเชื่อถือจะเพิ่มสูงขึ้น PTTGC คาดว่าจะได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AA- จาก Fitch BAA2 และแนวโน้ม "Stable" จาก Moody's และ BBB และแนวโน้ม "Stable" จาก S&P เราคาดว่าบ.จะประกาศจ่ายปันผลสำหรับครี่งปีหลัง มีอัตราจ่าย 40% ดังนั้นน่าจะอยู่ที่ 1.5บาท (2.8% หรือ 5.6%ต่อปี) ทางเทคนิค (รับ 60 ต้าน 70)
เด็กแนว.................. TASCO ปัจจัยบวกสำคัญอีกอย่างคือ การชนะคดีฟ้องร้องในปตท.ทำให้รับเงินเข้ามา 720 ลบ. บันทึกกำไรในปีนี้ส่งผลให้กำไรทั้งปีทุบสถิติในรอบหลายปีไม่น้อยกว่า 1,000 ลบ. บางค่ายประเมิน 1.2 พันลบ. หรือมีกำไรต่อหุ้น 6.5บาท ให้ค่าพี/อี 10 เท่า จะมีมูลค่าเหมาะสม 65 บาท กราฟเกิด Divergence ขั้นรุนแรง ต้องเห็น 60 บาท...............................TGCI อย่าลืมกลุ่มปูนได้ส่งบ.ในเครือเข้าไปถือหุ้น TGCI เรียบร้อยแล้ว ขณะที่พื้นฐานบ.เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก ส่วนเรื่องผลบวกจากน้ำท่วมนั้น ยอดจองวัสดุก่อสร้างจากภาคอสังหา จะต้องสั่งกันล่วงหน้าในการบูรณะบ้านที่จมน้ำ คอนโดได้มีการเร่งสร้างส่งมอบให้ทันเนื่องจากเป็นที่นิยมแทนบ้านแนวราบ ราคาหุ้นจัดว่าไม่แพง ส่วนต้านแรก 5.10 บาท สัญญาณกราฟแกว่งตามกรอบ 4-5.20บาทมาอย่างต่อเนื่อง โดยต้านหน้า 5.20 บาทจะวิ่งไปต่อ
กระซิบหน้าจอ……………SCC โดยรวมคาดว่าQ3/54 จะมีกำไร 7,544 ลบ. +16%YoY แต่ถ้ารวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้น PTTCH ราว 800 ลบ. น่าจะทำให้งวดQ3/54 มีกำไรสุทธิที่ 8,348 ลบ. +27%YoY "ซื้อ"(รับ302 ต้าน 334)................................AGE ในช่วง 9 เดือนคาดจำหน่ายทั้งสิ้น 1.58 ล้านตัน (เฉลี่ยไตรมาสละ 527,000 ตัน) แต่ในไตรมาส 4 ที่มีการจำหน่ายไปจีนค่อนข้างสูง 350,000 ตัน โดยรวมคาดว่าจะมีปริมาณการจำหน่ายถ่านหินในไตรมาส4/54 จะสูงถึง 7-800,000 ตัน "ซื้อ"(รับ4.92 ต้าน 5.60)
บล.ทิสโก้.....................CPALL เป้าหมาย 54 บาท คาดมีการปิดสาขาเพิ่มในกรุงเทพฯ รายงานว่ามีการปิดสาขา 230 สาขาทั่วป. กินเวลา 25 วันและแต่ละสาขามีรายได้เฉลี่ยวันละ 8.2 หมื่นบาท จะคิดเป็นต้นทุนประมาณ 500 ลบ. ซึ่งน้อยกว่า 1% ของรายได้ 1.6 แสนลบ. สำหรับปี 54 มีสาขาทั้งสิ้น 2,920 สาขาทั่วกรุงเทพฯซึ่งคิดเป็น 48%ของสาขาทั่วป. 6,028 สาขา โดยเชื่อว่าผลกระทบน้ำท่วมเกิดในระยะสั้น "ซื้อ" และผลประกอบการจะถูกชดเชยได้จากการที่ผู้บริโภคกักตุนสินค้าจำพวกอาหารที่เก็บได้ "ซื้อ"
บล.ทรีนีตี้....................DCC เป้าหมาย 60 บาท คาดกำไรไตรมาส 3 ยังดี แม้ถูกกระทบจากน้ำท่วม โดยคาด 289 ลบ.(-14%QoQ +16%YoY) โดยกำไรเติบโตจากปีก่อน เนื่องจากได้แรงหนุนจากการขยายตัวของตลาดตจว. ขายกระเบื้องขนาดใหญ่ขึ้น และราคาขายปรับช่วยหนุนกำไร แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนเป็นผลของฤดูกาล และผลกระทบน้ำท่วม แนวโน้มปี 55-56 คาดกำไรจะโตเฉลี่ยปีละ 12% จากยอดขาย ซึ่งเน้นตลาดตจว. ยังเป็นหุ้นปันผลเด่น "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" .........................TPIPL ลั่นกลอง ดีมานด์ปูนซีเมนต์ทะลัก แถมรับผลบวกทั้งขึ้นทั้งล่อง หลังแรงซื้อถล่ม ช่วงน้ำท่วมพีคสุด เพื่อป้องกันอุทกภัย ขณะที่หลังน้ำลดเชื่อแรงซื้อถล่มอีกระลอก หลังรัฐอัดงบช่วยประชาชนซ่อมบ้านเรือนกระตุ้นผลงานไตรมาส 4 เริ่ดต่อเนื่องไปถึงปี 55 "ซื้อ" ราคาหุ้นยังต่ำบุ๊ก 28 บาท ขณะที่ PER ต่ำเพียง 6.3 เท่า เทียบกลุ่มปูนและปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชียที่ 15 เท่า "ซื้อ"เป้าหมาย 18 บาท
บล.เอเชียพลัส......................BTS เป้าหมาย 1.07 บาท โดยหุ้นขนส่งทางบกที่ถูกน้ำท่วมกระทบน้อยสุด เพราะสถานีรถไฟฟ้าและโรงซ่อมบำรุงอยู่ในที่สูงทำให้หากเกิดเหตุรุนแรง น่าจะจำกัดอยู่ที่น้ำท่วมใหญ่บริเวณทางขึ้น-ลง และประชาชนยังไม่สามารถสัญจรไป-มาอย่างสะดวกได้ โดยเชื่อว่าวิกฤตไม่เกิน 1 เดือน คาดโดยรวมได้รับผลดีเล็กน้อย "ซื้อ"
บล.กรุงศรีอยุธยา..................TOP เป้าหมาย 72.50 บาท โดยคงประมาณการกำไรปี54 16,181 ลบ. (+80%YoY) โดยประเมินกำไรไตรมาส 4 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3ได้แรงหนุนจากค่าการกลั่น ที่ปรับตัวสูงขึ้น 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลื เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวที่มีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา พเพื่อใช้ความอบอุ่น อีกทั้งได้รับผลกระทบจากการหยุดผลิตของโรงกลั่น Shell ป.สิงคโปรค์ในต.ค รวมถึงการหยุดผลิตของโรงกลั่นFormosa ป.ไต้หวัน ที่คาดยังไม่สามารถกลับมาผลิตได้เต็มที่ภายในปีนี้ นอกจากนี้คาดว่าส่วนต่างราคาพาราไซลีนกับ ULG95 จะเพิ่มสูงขึ้น จากแรงหนุนของโรงงาน PTA ในป.จีน "ซื้อ" แม้แนวโน้มกำไรปี55 จะทรงตัว(ลดลง7%YoY) P/E Raito ปี 55 เพียง 7.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค 8.9 เท่า รวมถึงแนวโน้มไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะกลับมาโดดเด่น
บล.ธนชาต..................AOT ไม่หวั่นดอนเมืองหยุดบินชี้ผู้โดยสารทะยานรับ "ไฮซีซัน" น้ำท่วมคาดพย.นี้เริ่มคลี่คลาย แต่ไม่ประมาทเตรียมแผนรับมือไว้เพียบ หลังมีท่าอากาศยานเหลือเฟือจากพันธมิตรรองรับนักท่องเที่ยวหากฉุกเฉิน และเชื่อว่าไม่กระทบรายได้ AOT มาก แม้สายการบินนกแอร์-วันทูโก ย้ายไปใช้บริการที่สุวรรณภูมิแทน เผยผู้โดยสารโดยรวมยังทะลักรับไฮซีซัน "ซื้อ" เป้าหมาย 50 บาท ที่ EV/EBITDA ที่ 6.8 เท่า D/E ยังอยู่ระดับต่ำ 0.8 เท่า
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น