คู่หูคู่หุ้น...........(20/9/53) MCOT แกร่งรับไฮซีซัน โบรกตั้งราคา 32 บาท เตรียมเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ที่ 5.2 พันลบ.ในเดือนส.ค เพิ่มขึ้น 15%YoY แต่ทรงตัวMoM เราคาดว่าเม็ดเงินโฆษณาจะเติบโตได้แข็งแกร่งขึ้นอีก และในปีหน้าคาดว่าสื่อโทรทัศน์จะเป็นสื่อที่มีผลประกอบการที่ดีที่สุดในกลุ่มด้วยปัจจัยผลักดันจากอัตราค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้น ในทางเทคนิค มีสัญญาณดี ผ่านต้าน 29 บาทได้ คาดทดสอบต้าน 35 บาท
บล.โกลเบล็ก......(20/9/53) แนะนำซื้อ ETG เป้าหมาย 4 บาท คาดว่าผลประกอบการ2H/53 จะฟื้นตัวขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ต้องมีการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น คาดจะมีแนวโน้มทยอยปรับราคาค่าขนส่งในทิศทางที่ดีขึ้น และจะปรับตัวโดดเด่นในQ4/53 ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยตามฤดูการในช่วงเทศการที่มีขนส่งสินค้ามากขึ้น โดยคาดผลประกอบการปี53 จะมีกำไร 22 ลบ.เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบปี 52
บล.เกียรตินาคิน......(20/9/53) แนะนำซื้อ LH เป้าหมาย 7.90 บาท คาดผลประกอบการ Q3/53 ปรับตัวดีขึ้น พร้อมทั้งบ.มีการเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่องแนวราบ 3-4 โครงการรวมถึงการมีสินค้าพร้อมขายมูลค่ารวม 32,000 ลบ. สำหรับQ4/53 บ.ทยอยรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดฯ The Room สุขุมวิท62 คาดรับรู้รายได้ประมาณ 80% ของมูลค่าโครงการหรือประมาณ 1,950 ลบ. รวมถึงกำไรที่เติบโตจาก QH HMPRO KH รวมถึง LH Bank ส่งผลดีต่อผลประกอบการ โดยคาดปี 53 จะมีกำไรที่ 4,025 ลบ. เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนและคาดจะจ่ายปันผล 0.35 บาท (5%)
บล.ทรีนิตี้.......(20/9/53) แนะนำซื้อ AH เป้าหมาย 20 บาท เนื่องผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวอย่างโดดเด่นใน Q2/53 ซึ่งจะฟื้นตัวต่อเนื่องนับจากนี้ไป สำหรับผลการดำเนินงานทั้งปีคาดกำไรในปีนี้ 392 ลบ.พลิกจากขาดทุน 109 ลบ.ในปีก่อนหน้า และคาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่อง 38% ในปี 54 เป็น 540ลบ.และโตอีก 22%ในปี55 สำหรับเงินปันผลทั้งปี 0.56 บาท (4%)
บล.ยูไนเต็ด......(20/9/53) แนะนำซื้อ AP เป้าหมาย 8.50 บาท จากการที่เข้าซื้อหุ้น เอพี แปซิฟิกสตาร์ ทั้งรัชดาและสาธรโดยจะถือหุ้นสัดส่วน 99.99% จากเดิมถือ 51% โดยจะซื้อขาย 1 ต.คนี้ โดยหลังเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวทำให้ Backlog ที่มีขยับขึ้นไปที่ 1.91 หมื่นลบ. ซึ่งโครงการ Rhythm รัชดาจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส4 ประมาณ 30% อีก 70% จะรับรู้รายได้ปีหน้า ขณะที่โครงการ The Address สาธร 12 จะเริ่มรับรู้รายได้ปี 55 ซึ่งผลของการซื้อหุ้นทำให้รายได้ในปีนี้และปีหน้ามากขึ้นจากการบันทึกรายได้จาก Rhythm โดยปรับประมาณการกำไรปี 53 ขึ้น 1.34% เป็น 2.11 พันลบ. ส่วนปี 54 ปรับกำไรขึ้น 3.09% เป็น 2.2 พันลบ.
ฟันธงมาเนีย......(20/9/53) สอย TYM ลุ้นฟื้นตัวทางเทคนิค หลังราคาผันผวนหนัก คาดจะเกิด Bottom out แถม Indicators ส่งสัญญาณขายมากเกินไป มีโอกาสรีบาวน์ นอกจากนี้ Dowside Risk ค่อนข้างต่อ มองต้าน 0.60 บาทและถัดไป 0.63 บาท
เด็กแนว......(20/9/53) กลุ่มอาหารแช่แข็ง เพราะรัฐเตรียมออกมาตรการในการช่วยกลุ่มนี้ ราคาหุ้นต่ำถือเป็นจังหวะ Bottom out ไม้ต้นๆ น่าซื้อ ASIAN ยังน่าเล่นเพราะพื้นฐานเฉลี่ยจาก PBV 1.5 เท่ากับ P/E 10 เท่าและยังคงมี Upside ถึง 36.9% BV.4.60 บาท.........TC กลับมาเล่นยิ่งกว่า เพราะ P/E 7 เท่า ต่ำสุด PBV ต่ำสุด0.76 เท่า BV. 5.10 [km และมี upsideมากกว่าใคร 70% สัญญาณกราฟ Buy Signal เป้าแนวต้าน 4.20 บาท..........CCET ปรับประมารการใหม่เป็น 5.04 บาท ในช่วงครึ่งปีหลังผลประกอบการโตกว่าครึ่งปีแรก ยอดขายทะลัก จากกลุ่มเครื่องไฟฟ้า และยานยนต์ ไตรมาส 3 กำไรจะพุ่งเข้า High Season สัญญาณกราฟสวย มีโอกาส New High ในรอบ 2 ปีเกิน 4 บาทด้วย...........หุ้นแอบชอบ GFPT หุ้น Oversold ให้สะสมไว้ และจะได้รับประโยชน์จากการช่วยส่งออกด้วย ต้านหน้า 9 บาท
กระซิบหน้าจอ........(20/9/53) แนะนำซื้อ AP ต้าน 8.50 บาท ด้าน Backlog สิ้น 2Q/53 ที่ 1.43 หมื่นลบ. มีส่วนคอนโด 1.26 หมื่นลบ.ที่มีกำหนดส่งมอบถึงปี 55 สำหรับโครงการใหม่จะเปิดตัวใหม่ใน 2H/53มูลค่า 1.38 หมื่นลบ. จะมีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่ม Backlog เพื่อสร้างหลักประกันในปี 55 เป็นหลัก จะทำให้AP เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว............แนะนำซื้อ STA ต้าน 22.50 บาท โดยล่าสุด (7กย.53) ราคายางแท่งส่งออกปิดที่ 103.5 บาทต่อกก.ซึ่งนับเป็นจุดสูงสุดนับจากต้นพ.ค53 ที่ผ่านมา และในด้านการเข้าเป็นบ.จดทะเบียนในสิงคโปร์ได้เลื่อนการเสนอขายหุ้นดังกล่าวออกไปก่อนเนื่องจากความผันผวนของตลาดโลก
TC เด่นสุดส่งออกอาหารแก้มปริคลังหนุนดอลลาร์ ชี้ส่งออกทูน่ากระป๋องแรงดีไม่มีตก หลังQ3/53 เข้าสู่ไฮซีซัน ดันราคาขายพุ่งทะยาน 1.4 พันดอลลาร์ ปีนี้ซดกำไร 150 ลบ. ชี้จุดเด่น พี/อี เรโช ต่ำเพียง 7 เท่า ส่วน BV.สูงกว่า 5 บาท บวกแรงขับภาระหนี้ต่ำ หลัง D/E น้อยกว่า 0.33 เท่า เป้าหมาย 5.50 บาท (บล.ฟาร์อีส แนะนำเล่นตามกรอบ รับ 3.50 บาทต้าน 4 บาท) (บล.คันทรี่ กรุ๊ป แนะนำซื้อ พื้นฐาน 5.50 บาท)
STA น้ำขึ้นต้องรีบตัก ไข้หวัด-ยานยนต์หนุน ครึ่งปีหลังสุดแจ่มหลังดีมานต์ยางพาราทะลัก จากความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่ถุงมือยางยอดขายกระฉูดหลังโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดส่งผลรพ.สั่งซื้อสะพัด แย้มโค้งสุดท้ายปีสุดอลังการหลังเข้าฤดูกาลสต๊อกยางในกลุ่มยานยนต์ ขณะที่ออเดอร์ต่างประเทศยังขยับ จีน-อินโด คำสั่งซื้อพุ่ง (บล.ฟิลลิป แนะนำซื้อ ปรับราคาเหมาะสมปี 54 เป็น 28.50 บาทอิงบน พี/อี 10 เท่า)
ส่งซิก 2 เดือน รง.เหล็กกล้าเกิด TYM - PERM ออกโรงหนุน รมต.อุตสาหกรรมชี้ชะตาแผนลงทุนโรงงานผลิตเหล็กกล้าครบวงจรในไทย PEMB วาดฝันธุรกิจเหล็กไทยผงาดเทียบชั้นคู่แข่ง ลั่นผลงานปีนี้สดใส ลูกค้ายานยนต์ป้อนออเดอร์อื้อ มั่นใจปีนี้โต 30% พร้อมเทสต์รันโรงงานใหม่แล้ว ด้าน TYM ตีปีกราคาเหล็กขยับ เชื่อปีนี้พุ่ง 20% ชัวร์ (บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำซื้อเก็งกำไร PERM รับ 1.16-1.14 บาท ต้าน 1.25-1.35 บาท / TYM รับ 0.55 บาทต้าน 0.60-0.62 บาท)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น