วันจันทร์
หุ้นเชียร์โบรกเกอร์ 11/1/54
บล.กิมเอ็ง....11/1/54 กลุ่มธนาคาร ( เป็นบวก ) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/53 ลดลง 7.5%qoq แต่เพิ่มขึ้นสูง 23.4%yoy ตามการขยายตัวของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม ประกอบกับ NIM ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย BAY แนะนำ "ซื้อ" ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 30.00 บาท/หุ้นมีกำไรสุทธิเติบโตสูงสุด 46.4%yoy จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นประกอบกับค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง .... ธนาคารที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 2 และ 3 คือ KTB (+46.2% yoy) แนะนำ "ซื้อ" จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สินเชื่อขยายตัวสูง คุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น และความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 19.20 บาท/หุ้น.....และ KBANK (+36.1% yoy) ....เรายังคงมีมุมมอง ?เป็นบวก? ต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยมองว่าสินเชื่อปี 54 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในทุกประเภทสินเชื่อ โดยสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SMEs จะกลับมาขยายตัวสูงตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่อง NIM ที่แนวโน้มปรับตัวขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์มีแนวโมที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันในการตั้งสำรองฯลง เราแนะนำหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีประเด็นการลงทุนและราคาที่น่าสนใจ โดยหุ้นที่เราเลือกเป็น Top pick ในช่วงนี้คือ BBL แนะนำ "ซื้อ" มูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 179.00 บาท/หุ้น....KBANK แนะนำ "ซื้อ" ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 151.00 บาท/หุ้น....และ SCB แนะนำ "ซื้อ" ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมที่ 125.00 บาท/หุ้น....จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และสินเชื่อที่ขยายตัวสูงประกอบกับราคาหุ้นที่ค่อนข้าง laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารและตลาดโดยรวม ส่งผลให้หุ้น SCB มีความน่าสนใจในการลงทุน .....HMPRO แนะนำ ซื้อ.... กำไรจะสูงเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/53 บริษัทมีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาวจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม การขยายสาขาเพิ่มขึ้น รายได้จาก HomePro Expo และ การเพิ่มสัดส่วนสินค้า House brand ราคาเหมาะสมอิง DCF ปรับขึ้นเป็น 10.80 บาท.....PS คงคำแนะนำ ?ซื้อ? ราคาเป้าหมายของปี 2554 เท่ากับ 25.80 บาท/หุ้น ประเมินด้วยวิธี Forward PER ที่ 13 เท่า.... Backlog และ Presale โดดเด่น ดังนั้นเราจึงคงประมาณการปี 2553 และ 2554 โดยคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 0.2% yoy และ 21% yoy ตามลำดับ .....
บล.บัวหลวง...............TUF หุ้นแกร่งอนาคตดี พื้นฐาน 75.40 บาท จาก 1)กำไรที่เพิ่มขึ้นมีนัยสำคัญในปี 54 ซึ่งเป็นผลจากควบรวมกิจการของ MWB เข้ามาเต็มปี 2)บ.จะมีการบันทึกคชจ.ทางการเงินซึ่งรับรู้ครั้งเดียวจำนวน 80-100 ลบ. ประเมินว่ามีผลกระทบทางบวกคิดเป็น 3-5% ต่อผลกำไรQ4/53 ของTUF 3)อัตรากำไรปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นผลเนื่องจากยกเลิกจากผลิตสินค้าที่ให้มาร์จิ้นต่ำหันไปผลิตที่มีมาร์จิ้นสูงแทน รวมทั้งปรับโครงสร้างการตลาดและทีมการขายใหม่ นอกจากนี้บ.ยังได้ประโยชน์จากภาษีจากกรณีการควบรวมของบ.โดยกองเรือในตปท.จะจ่ายภาษีน้อยกว่าของบ.เอง และ 4)ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายในรูปของดอลลาร์เพิ่มขึ้น 30% ในปี 54 หลังควบรวมกิจการ MWB โดยมีมุมมองว่า USD จะมีโอกาสแข็งค่าเงินเทียบกับเงินสกุลต่างๆ รวมถึงบาทไทย ดังนั้น หุ้นส่งออกจะดูน่าสนใจในช่วงนี้ คาดกำไรปีนี้โต 29.3%สูงกว่าตลาดโดยรวมที่ 15% ด้วยมูลค่าราคาเทียบกำไรที่ 10เท่าถือว่าน่าสนใจ........................THCOM เป้าหมาย 9 บาท โดยมีประเด็นใหม่ได้ทำการเซ็นสัญากับหน่วยงานวิจัยภาคพื้นอวกาศของป.อินเดีย (ISRO) เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อให้รัฐบาลอินเดียทำการเช่า อัตราการเช่าใช่ช่องสัญญาณไอพีสตาร์ของอินเดียที่เพิ่มขึ้นในปี 54 จะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มถึงจุดคุ้มทุนในช่วงครึ่งปีหลังปี 54 รวมถึงแบนด์วิชไอพีสตาร์ในจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการหาพันธมิตรธุรกิจทำตลาดในจีนภายในปี 54 โดยราคาหุ้นควรจะถูกปรับขึ้นให้ใกล้เคียงกับ BV.ที่ 14 บาท เมื่อโครงการไอพีสตาร์เริ่มที่จะถึงจุดคุ้มทุนจาก 6 ล้านดอลลาร์ในเดือนต.คนี้
คู่หูคู่หุ้น...............KKC เทคนิคแจ่ม เป้าหมาย 10.40 บาท เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ลูกสูบระบบปิดสนิท มีส่วนแบ่ง 53% ของตลาดคอมเพสเซอร์ตู้เย็นของไทย บ.จะมีการส่งออกสินค้าประมาณ 2 ใน 3 ไปยังตปท.ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นตลาดที่สำคัญ ส่งผลให้ KKC มีอัตราการเติบโตของกำไรสูงถึง 122% ในปี 53 สำหรับราคาทองแดงที่ปรับตัวกระทบต่อ KKC น้อย เนื่องจากบ.ได้ขยายกิจการไปยังธุรกิจต้นน้ำคือการผลิตลวดทองแดง โดยเราคิดว่า KKC มีความได้เปรียบคู่แข่งทางด้านต้นทุน จึงทำให้มีอัตรากำไรดีกว่าคู่แข่ง PER ที่ 14.8 เท่า ในทางเทคนิค KKC จะมีแรงรับค่อนข้างแข็งแรง แกว่งตัวขึ้นทำ New High ได้ต่อเนื่อง จะมีแนวรับ 9.10 บาท แนวต้าน 10.60 บาท
บาดตาเซียน...........ยังสวยบาดตา ราคาเป้าหมาย ยังหวังได้ KKC เป้าหมายราคา - สามเหลี่ยม และตัว U มีลุ้นที่วันนี้จะมีราคาสูงกว่า 9.60 ได้ แนวโน้มจะยังคงน่าจะวิ่งขึ้น เป้าหมายหมายจะอยู่ที่ 11.50 -12 บาท ตามตำราที่ว่า No one Get the Best Price และหากไปขายได้ตามที่ว่า ก็ควรรอดูอาการไปก่อน ไม่ว่าจะอ่อนตัวหรือไม่ก็ตาม (อ่อนตัวมากๆ ก็ไม่ต้องรีบซื้อ) แนวโน้มระยะสั้น ยังมีน้ำหนักทางขึ้น กลยุทธ์........หากเปิด 9.60 ก็ยังไม่แพง หรือ 9.40-9.60 ก็ยังน่าซื้อ
นายเรียนรู้..............SGP เป้าหมาย 21.90 บาท เผยปีหน้ายอดขายเติบโต 40% จากปีนี้ 15% จากรายได้ตปท.เข้ามาเสริม โดยเฉพาะจากธุรกิจ LPG จาก BP Zhuhai LPG Limited (BPZH) ป.จีน หลังจากเข้าถือหุ้น 100% ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมียอดขาย 40,000 ตันต่อเดือน พร้อมเล็งเข้าประมูลธุรกิจ LPG มาเลเซีย ช่วง Q1/54 เป็นโครงการขนาดใหญ่กว่าที่เคยเข้าซื้อ คาดสรุปQ2/54 )เทคนิค รับ 19.6/19.20 ต้าน 20.9-21.20 บาท)
เด็กแนว...............PS ปรากฏว่า Q4 มีแนวโน้มการรับรู้รายได้จะแรงฉุดไม่อยู่และจะแรงต่อไปตลอดปี 54 เพราะบ.มีปรับแผนงานจากขายคอนโดที่อิ่มตัวและปล่อยสินเชื่อยาก มาเน้นทาวน์เฮาส์มากขึ้น แถมไปบุกเวียดนาม อินเดีย มัลดีฟส์อีกด้วย โดยมียอดขายในมือรอส่งมอบแล้ว ล่าสุดมี Backlog สูงกว่าใคร 3.8 มล. บ.มี P/E ต่ำลงเหลือ 12 เท่า พื้นฐาน 23 บาท ส่วนกราฟอ่อนแถว 18 เป็นจังหวะสะสม ต้านแรก 20 บาท................PTTCH บอสใหญ่ PTT บอกไตรมาสแรกนี้น่าจะรู้เรื่องการควบรวมของบ.ในเครือทั้ง PTTCH PTTAR IRPC นักวิเคราะห์เคยตั้งข้อสังเกตว่า PTTCH + PTTAR มีความน่าสนใจ ควบรวมอาจต้องใช้สูต 5 AR ต่อ 1 CH ได้ ในเบื้องต้น แต่สูตรนี้ไม่นิ่งคร่าวๆ AR คูณ 5 จะมีมูลค่า 180 บาท ขณะที่ CH ราคาลงมา 144 บาท มีความได้เปรียบกว่า เมื่อผนวกกับ SCC ขาย PTTCH ออกมา จึงเชื่อว่าการควบรวมของคู่นี้จะเร็วกว่าใคร แนวคิดนี้น่าสนใจ ขณะที่ PTTCH ย่อลงมาแนวรับ 140 บาท หรือต่ำกว่านี้ก็น่ารับ เพราะกราฟเข้าสู่แนว Oversold ...................หุ้นแอบชอบ TAPAC ได้ผลดีจากกลุ่มอิเล็ก กราฟ 4 บาท
กระซิบหน้าจอ...............BIGC รับ 85 บาทต้าน 95 บาท บ.เริ่มเปลี่ยนชื่อจากห้างคาร์ฟูร์ เป็น "บิ๊กซี" ทำให้ห้างมีสาขารวมเป็น 113 แห่งเป็นรองจากห้างโลตัสที่มีสาขา 121 แห่ง สำหรับผลประกอบการคาดจะมีกำไรปี 54-59 เติบโตเฉลี่ย 14.1% โดยคาดว่า Synergy จากรวมคาร์ฟูร์จะรับรู้ได้มากขึ้นในปี 56 และจะเพิ่มขึ้นมากอีกครั้งในปี 59 หลังชำระหนี้หมดไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย........................HMPRO ซื้อลงทุน รับ 8.50 บาท ต้าน 10 บาท คาดยอดขายรวม Q4/53 จะเติบโต 13.6% YoY ขณะเดียวกันผลจากความสำเร็จการออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขายของบ. ทำให้คาดว่าจะมีแนวโน้มอัตราการเติบโตเฉลี่ยใน Q4/53 จะยังทรงตัวสูงที่ 7.5% นอกจากนี้ยังได้รับผลบวกจากการรับรู้รายได้จากสาขาที่เปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง ในช่วงปี 53
บล.เอเชียพลัส............ADVANC เป้าหมาย 105.78 บาท คาดกำไร Q4/53 เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสก่อน และคาดปี 53มีกำไรเติบโตราว 19.5% ขณะที่ Q1/54 คาดกำไรระดับสูงใกล้เคียงกับไตรมาส 4/53
บล.เอเชียพลัส..............AJ ปรับเป้าหมายใหม่เป็น 47 บาท จาก 43 บาท กำไรQ4/53 เพิ่มจากเดิม 376 ลบ.เป็น 511 ลบ.เนื่องจากรับผลบวกของสเปรดของผลิตภัณฑ์สำคัญคือ BOPP BOPET และ BOPA ดี และยังมีแนวโน้มว่าจะดีต่อเนื่องไปไตรมาส 1/54 และ 2/54 แนะนำซื้อ และ ถือรับ TSRs ซึ่ง จะ XT วันที่ 12 มค. 54 นี้ เราปรับประมาณการกำไรปี 53 และ 54เป็น 968 ลบ. และ 1,410 ลบ.เพิ่มขึ้น 16% และ 23%
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส...........BTS เป้าหมายเพิ่มเป็น 1.02 บาทจากเดิม 0.90 บาท หลังธุรกิจบริหารการเดินรถของ BTS นั้นมีความสดใส เพราะจะมีอีกหลายโครงการเกิดขึ้นในอนาคต บ.มีประสบการณ์การเดินรถในไทยก็มีจำกัดเพียง 2 รายคือ BTS และ BMCL เท่านั้น สำหรับงานที่ BTS เพิ่งจะได้รับคือส่วนต่อขยาย อ่อนนุช-แบริ่ง สัญญา 1 ปี และมีโอกาสต่ออายุ 19 ปี รายได้ต่อปีสูงเป็น 674 ลบ. สำหรับโครงการที่จะประมูลเร็วๆ นี้มี 2 โครงการคือ แอร์พอร์ตลิ้งแทน ผู้บริหารเดิม ....................SMT คุยปี 54 ทัชกรีนโต 100% แรงซื้อยานยนต์ -BB หนุนยาว หนุนกทั้งปีผลงานโตกระฉูด 35% จากปี 53 ที่คาดผลงานโตกว่า 80% โปรยข่าวดีเปิดตัวพันธมิตรลุยธุรกิจโซลาร์เซลล์เร็วๆ นี้ รอบนี้มีลุ้นเป้าหมาย 24 บาท
บล.โกลเบล็ก..........PTTCH ควบ PTTAR จบ Q3 โบรกชี้ซื้อ PTTCH ได้เปรียบ มองควบรวมต้นทุนของ PTTCH ทีแลกหุ้นใหม่ถูกกว่า PTTAR ประมาณ 6 ในอัตราการแลกหุ้น PTTCH ต่อ 4.08 หุ้น PTTAR นอกจากนี้มองผลประกอบการปี 53 มีกำไร 9,892 ลบ. เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน ส่วนปี 54 ยังคงโดดเด่นเนื่องจากได้ปัจจัยบวกจาการทำการผลิตเต็ม Capacity ของ Cracker 1 ล้านตัน โดยคาดกำไรปี 54 ที่ 17,660 ลบ. เพิ่มขึ้น 79% จากปีก่อน แนะนำซื้อ PTTCH เป้าหมาย 200 บาท
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น