บล.ธนชาต ...... 6/9/53 สัปดาห์นี้คาดระยะสั้น ดัชนีปรับขึ้นไปบริเวณ 950 จุด อาจมีแรงขายทำกำไรออกมา แนะจับตาการประมูล 3จี มีแนวรับ 920 จุด แนวต้าน 950 จุด ......
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ... 6/9/53 ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยสัปดาห์นี้ว่า จะมีการแกว่งตัวแบบ Sideway ประเมินแนวรับไว้ที่ 920 จุด แนวต้าน 935 - 940 จุด ปัจจัยสำคัญให้ติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรใน 3 ก.ย.นี้ ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ มองว่าหากตัวเลขดังกล่าวออกมาดีก็จะส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมถึงหุ้นไทยก็จะปรับตัวขึ้นต่อ ในขณะเดียวกันหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาดก็ต้องระวังแรงขายกดดัชนีฯปรับตัวลง.....
.บล.ฟาร์อีสท์ ...... 6/9/53 ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยสัปดาห์นี้ว่า ดัชนีฯ จะคงยังอยู่ในทิศทางของความผันผวนจากแรงขายทำกำไรที่มีสลับเข้ามา แต่ก็ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้เหมือนกัน ซึ่งตัวแปรสำคัญอยู่ที่กระแสเงินไหลเข้าของต่างชาติถ้ายังแรงอยู่ ดัชนีฯ ก็จะยังไปต่อได้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 920 - 925 จุด แนวต้านที่ 950 - 960 จุด ....
บล.เอเซียพลัส ...... 6/9/53 กลยุทธ์ลงทุนรายสัปดาห์ วันที่ 6-10 กันยายน2553 คาด SET มีโอกาสปรับฐาน หลังทำสถิติสูงสุด 934 จุด แต่ Fund Flow หนุน SET เดินหน้าต่อ แนะนำซื้อธ.พ. (BBL, KBANK, TCAP) สื่อสาร (DTAC,ADVANC, SAMART) ก่อสร้าง (CK, ITD, BTS, BMCL) ปิโตรเคมี (PTTCH)และหลักทรัพย์ (BLS, KGI)ปัญหามาบตาพุดจบ ดีต่อ PTTCH, PTT, SCC KTB, BBL ปัญหามาบตาพุดจบลงไปแล้ว หลังศาลปกครองกลางตัดสินให้อุตสาหกรรมที่เข้าข่ายร้ายแรง 11 ประเภท ต้องจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA)และผลกระทบต่อสุขภาพ (HIA) ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 และถอนใบอนุญาตฯ....
บล.เคจีไอ ...... 6/9/53 VNG ผลการดำเนินงานใน 1H10 ที่พลิกจากขาดทุนสุทธิ 358 ล้านบาท ใน 1H52 เป็นกำไรสุทธิ 563 ล้านบาท ส่งสัญญาณชัดเจนต่อการพลิกฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2553 ธุรกิจไม้ทดแทนธรรมชาติที่มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ VNG จะได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้ผลิตที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในเอเชีย ซึ่งจะช่วยหนุนผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีข้างหน้าขยายตัวสูงกว่า 117% CAGR ดังนั้น แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสมปี 2553 เท่ากับ 9 บาท/หุ้น ....
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส .... 6/9/53 STEC ปรับประมาณการกำไร สุทธิปี 2554 ให้ดีขึ้น และประเมินด้วย P/E ปี 2554 สูงขึ้นเป็น 25 เท่า จากเดิม 20 เท่า เพราะโอกาสทางธุรกิจของบริษัทสดใสมาก อีกทั้งอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิแบบ CAGR ระหว่างปี 2552-2555 สูงสุดในอุตสาหกรรมที่ 41% ส่วนราคาปิดเทียบกับราคาพื้นฐานมีส่วนเพิ่มได้อีกถึง 22% และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2554 ไม่มากเป็น 2.4% ฐานะการเงินดีมาก จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ
บล.ไอร่า .... 6/9/53 SYNTEC คาดในระยะสั้น - กลาง ผลการดำเนินงานของ SYNTEC ยังถูกดันจากโครงการบ้านเอื้ออาทร แม้ว่าจะส่งมอบงานแล้ว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆ และ Cost Overrun รวมถึงสำรองต่างๆ ของกิจการร่วมค้า ที่คาดต่อเนื่องใน 2H/53 ถึงปี’54 ทำให้กำไรสุทธิไม่โดดเด่น ตามความคาดหมายก่อนหน้านี้
.....แต่คาดในระยะยาวยังมีปัจจัยบวก และอาจชดเชยค่าใช้จ่ายและสำรองต่างๆ ข้างต้น ทั้งจากหนี้สูญที่คาดได้รับคืน 60 - 70 ล้านบาท และที่ดินเปล่า จำนวน 55 ไร่ ที่คาดอาจสร้างกำไรไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ....ณ ระดับราคาปัจจุบัน 1.47 บาท มี Upside ประมาณ 11% และ Div.Yield ประมาณ 1.50 - 2.00%ปรับคำแนะนำจากเดิม “ซื้อ” เป็น “ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว” สำหรับลงทุนระยะยาว....
บล.บัวหลวง........(6/9/53) SCC ระยะยาวแนวโน้มดี โบรกปรับเป้า 350 บาท คาดว่าจะรายงานการเติบโตปี 54-56 ที่ 18% และทำกำไรสุทธิสูงสุดทำสถิติสูงสุดทำสถิติใหม่ในปี 55 ส่วนต่างHDPE-นาฟทาเริ่มปรับตัวลง คิดว่าส่วนต่างได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ประเมินว่าปี 54 เป็นปีทองสำหรับSCC ขณะที่ราคาสินค้าทุกประเภทในสายการผลิตมีโอกาสปรับขึ้นจากความต้องการเพิ่ม รวมถึงการขยายกำลังการผลิตใหม่ของสินค้าปิโตรเคมีจะช่วยหนุนกำไรประมาณการโดยน่าจะปรับขึ้นในอนาคต..............แนะนำซื้อ TOP เป้าหมาย 56 บาท เพราะฝ่ายวิจัยได้ปรับมุมมองที่มีต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและTOP ได้รับประโยชน์มากที่สุดในภาวะที่ค่าการกลั่นรวมในอนาคตมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้น บ.จะปรับตัวขึ้นตามราคา Middle Distilate ที่ปรับขึ้น
คู่หูคู่หุ้น....(6/9/53)....LH โดดเด่น ปันผลน่าสนใจ เป้าหมาย 7 บาท กำไรจะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากในครึ่งปีหลังจะเปิดโครงการใหม่เป็นจำนวนมากถึง 15 โครงการรวมมูลค่า 2 หมื่นลบ. ราคาปิดเมื่อวันศุกร์ 6.45 บาทซื้อขายต่ำกว่ากรอบ PERและPBV เฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มีปันผลน่าสนใจ 0.40 บาท (6.2%) และLH มี Catalyst ที่น่าสนใจจากการนำ LH BANK เข้าตลาดในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เทคนิคต้านสำคัญ 6.60 บาท ผ่านได้ 7 บาท
บล.เคจีไอ........(6/9/53) แนะนำซื้อ VNG เป้าหมาย 9 บาท เพราะเป็นผู้ผลิตไม้ทดแทนธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ดังนั้นคาดกำไรปี 53 จะเติบโตโดดเด่น คาดว่าทิศทางกำไรQ3/53จะเติบโตสูงสุดในรอบปี จากเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตและอานิสงค์การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ยอดการสั่งซื้อไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติมีการขยายตัวสอดคล้องกับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ที่ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมชั่นในการแถมเฟอร์นิเจอร์ให้กับผู้ซื้อบ้าน อีกทั้งVNG ยังสามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ คาดจ่ายปีนี้ 0.5 บาทต่อหุ้น
บล.ไอร่า........(6/9/53) แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว SAMART เป้าหมาย 7.90 บาท เนื่องจากครึ่งปีหลังคาดยังเติบโตต่อเนื่องจากรายได้แทบทุกส่วนธุรกิจ บ.คาดศูนย์ให้บริการ Call Center มีงานรอเซ็นสัญญากว่า 800 ลบ. และรายได้ปีนี้จะเติบโตระดับ 24% จากปีก่อน ขณะที่ SAMTEL และ SIM การเติบโตของรายได้มีทิศทางที่ดี ฝ่ายวิจัยคาดว่ามีเพียงธุรกิจเดียว Samart Inter Holding ที่รายได้จะโดยผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า
บล.เกียรตินาคิน .........(6/9/53) ซื้อเก็งกำไร IID เป้าหมาย 4.40 บาท จากผลประกอบการในปี 53 ที่จะพลิกกลับมาเป็นบวกจากการขายเงินลงทุน ปี 54 คาดว่าบ.จะมีผลประกอบการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ระยะยาวมีโอกาสรับงานต่อเนื่องจากภาครัฐและเอกชน แนวโน้มปี 54 มีทิศทางที่ดีจากการรับงานเช่นโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งงบประมาณมีงานก่อสร้างบางส่วนใน 80% ของวงเงิน
ฟันธงมาเนีย............(6/9/53) สั้นๆ ระวังแรงขาย สอยหุ้นเล็ก ESTAR ลุ้นทดสอบ 0.78 บาท ราคาหุ้นมีสัญญาณกลับตัวขึ้นรอบใหม่ชัดเจน หลังผ่านแนวต้าน EMA 5-10 วันสำเร็จ คาดลุ้นทดสอบ 0.75-0.78 อีกครั้ง
เด็กแนว..........(6/9/53) PTTAR พื้นฐาน 30 บาท จากการควบรวมกับ IRPCราคาหุ้นก็อั้นมานาน กราฟสวน ต้าน 30 บาท......................TNDT มี PBV 2.5 เท่า จะได้มูลค่าเหมาะสมที่ 7 บาท หรือ P/E 13 เท่า เก็งกำไรราคาน่าจะขึ้นไปอยู่แถว 6 บาท ..............หุ้นแอบชอบ PYLON มี PBV ที่ 1.7 เท่า จะได้ราคา 2.40 บาท กราฟสวย V-Shape สวยงาม ต้านต่อไป 2.40 บาท
ไม้นี้ต้องเคาะ.......(6/9/53) หุ้นที่ผลประกอบการ 6 เดือนโตกว่า 5 เท่า .......SAT ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 6เดือนแรกปี 53 มีกำไร 380 ลบ.คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.27 บาท คาดว่าทั้งปีจะมีกำไรต่อหุ้น 2.20-2.50 บาท ต่ำกว่า 21 บาท น่าสนใจ........HTC บ.หาดทิพย์ ผลการดำเนินงาน 6เดือนแรกมีกำไร 43 ลบ.คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท คาดทั้งปีกำไรต่อหุ้น 0.50-0.52 บาท เป้าหมายราคาหุ้น 5-5.20 บาท ราคาลงมาแถวๆ 4 บาท น่าซื้อ.........DEMCO ทำธุรกิจออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งครบวงจรในระบบจำหน่ายไฟฟ้า ลูกค้ามี 2 ประเภท คือลูกค้าภาครัฐและเอกชนได้แก่โรงงานอุตสาหกรรม ผลการดำเนินงาน 6 เดือนมีกำไร 73 ลบ.กำไรต่อหุ้น 0.21 บาท ล่าสุดมีสัญญางานก่อสร้างประมาณ 2,000 ลบ. ทั้งปีน่าจะมีกำไร 120 ลบ. กำไรต่อหุ้น 0.27-0.30 บาท ราคา 5 บาท แพงเกินไป...........CNT ผลงานดำเนินงาน 6 เดือนมีกำไร 221 ลบ. กำไรต่อหุ้น 0.57 บาท คาดทั้งปีน่าจะกำไรต่อหุ้น 1 บาท เทียบกับราคาหุ้น 8 บาท ยังพอเล่นต่อได้ถึง 9-10 บาท............UT ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก มีกำไร 440 ลบ.กำไรต่อหุ้น 9.56 บาท มีเงินสดในมือ 400 ลบ. ต้องวัดใจผู้บริหารว่าจะจ่ายปันผลพิเศษหรือไม่คิดแล้วไม่น่าต่ำกว่า 3 หรือ 5 บาทต่อหุ้น ......AHC ใน 6 เดือนแรกมีกำไร 37 ลบ.กำไรต่อหุ้น 3 บาท คาดการณ์ทั้งปี 53 น่าจะมีกำไรต่อหุ้น 6.3-6.50 บาท ราคาเป้าหมาย 65-70 บาท .........DRACO ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกมีกำไร 32 ลบ. กำไรต่อหุ้น 0.20 บาท คาดทั้งปี 53จะมีกำไรต่อหุ้น 0.40 บาท ราคาเป้าหมาย 3.6-4 บาท ปันผล 3%
หนังสือพิมพ์ทันหุ้น (หน้า 1)
มาบตาพุดดัน ESTAR ทุนต่างชาติจ่อซื้อที่ดิน คาดกระตุ้นให้การเจรจาขายที่ดิน 602 ไร่จบเร็วขึ้น วงในเชื่อสิ้นปีจบดีลขายที่ดินแน่ ดันบุ๊กสูง 1.10 บาท (บล.คันทรี่กรุ๊ป ให้เป้าหมาย 1 บาท)
IT ฟุ้งครึ่งปีหลังกระทิงของแท้ โกยยอดขายอิเล็ก-ซอฟต์แวร์ล้น รับ 3G ใกล้คลอด (บล.กสิกรไทยให้เป้า 10 บาท)
TISCO โวปล่อยกู้ทะลุะเป้า 8 เดือนสินเชื่อเช่าซื้อพุ่ง 40% รับอานิสงค์ตลาดรถยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง (บล.บัวหลวง แนะนำซื้อ 40 บาท)
SNC ครึ่งหลังแอร์รถยนต์กระฉูด ดีลล็อตใหญ่ออสเตรเลียใกล้จบ (บล.เกียรตินาคินแนะนำซื้อ เป้าหมาย 14.13 บาท)
ฟ้าเปิดแล้ว A ซ่อนมูลค่ากำไรพลิกแรงน่าซื้อสะสม พี/อี ต่ำเพียง 4 เท่า (บล.ฟาร์อีสท์ แนะนำซื้อ รับ 3.70 บาท ต้าน 3.86 บาทและ 4 บาท)
BSBM เล็งขยับกำลังผลิตมากว่า 20% ไตรมาส 4/53 เห็นสัญญาณดีมานด์เหล็กพุ่งจากโครงการลงทุนภาครัฐ ลุ้นปีนี้ยอดขายพุ่งแสนตัน (บล.โกลเบล็ก แนะนำซื้อ เป้าหมาย 1.74

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น